May 21, 2022 9:54 am

เทรนด์การศึกษาในอนาคต ห้องเรียนแบบยืดหยุ่นสนองวิถี New Normal

ตั้งแต่ทั่วโลกเผชิญหน้ากับความท้าทายใหญ่อย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องยอมรับเลยว่าทุกคนต่างต้องรับมือและปรับตัวให้เข้ากับมันแบบกะทันหัน เริ่มตั้งแต่การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การทำงาน การเดินทาง การท่องเที่ยว การพบปะผู้คน หรือแม้แต่การเรียนก็ต้องปรับตัวขนานใหญ่ด้วยเหมือนกัน

ในอนาคต ‘การเรียนออนไลน์’ อาจแทนที่เต็มรูปแบบ

ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ประเทศจะมีการผลิตวัคซีนคุณภาพดีออกมาแล้วนั้น แต่นั่นก็ยังไม่ใช่วัคซีนที่ดีที่สุดอยู่ดี เพราะแม้คุณจะเข้ารับวัคซีนครบโดส หรือฉีดเข็มกระตุ้นแล้วก็ตาม การฉีดวัคซีนเพียงแค่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและอาการป่วยที่รุนแรงเท่านั้น ยังไม่สามารถยับยั้งการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อได้แบบ 100% (แต่ดีกว่าการไม่ฉีดวัคซีนเลย)

และไม่เพียงแต่คนวัยทำงานเท่านั้นที่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะแม้แต่เหล่านักเรียน นักศึกษา ก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะนักเรียนไม่สามารถเดินทางไปนั่งเรียนหนังสือได้เหมือนอย่างเคย ปรับรูปแบบการเรียนใหม่เป็นออนไลน์ แทนที่ระบบออฟไลน์ที่เคยทำ และมีท่าทีว่าหากการเรียนแบบนี้ได้ผล ในอนาคตเราอาจได้เห็นการเรียนออนไลน์ไปอีกนานแสนนาน แม้ว่าโควิดจะเบาบางลง

10 เทรนด์การศึกษาของโลกอนาคต

โดยประเด็นเรื่องการศึกษาในอนาคตที่เปลี่ยนไป ดร.โทโมฮิโร โฮชิ Head of Stanford Online High School ที่ปัจจุบันเป็นสถาบันการศึกษาออนไลน์อันทรงเกียรติ ที่ติด 1 ใน 10 โรงเรียนที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้บอกว่า

เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีที่มาแตกต่างกัน มีความสนใจ เป้าหมาย และความต้องการไม่เหมือนกัน ชอบเรียนวิชาไหนก็ไม่เหมือนกัน การจะสอนให้ได้ผลดีที่สุดจึงต้องมีการจัดการเงื่อนไขการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการเรียน เพื่อให้เข้ากับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน แทนที่จะสอนเด็กวิชาละเป็นกลุ่มใหญ่ และนี่คือ 10 เทรนด์การศึกษาของโลกอนาคต ที่กำลังเกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นตลอดไป

10 เทรนด์การศึกษาของโลกอนาคต
10 เทรนด์การศึกษาของโลกอนาคต

สอนแบบออนไลน์

ซึ่งแต่เดิมก่อนที่จะเกิดโควิด ตลาด EdTech มีมูลค่าเป็น 2% ของตลาดการศึกษาของโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% ภายในระยะเวลา 15 ปี แต่ทว่าเมื่อโควิดระบาดหนัก กลับร่นระยะเวลาเหลือเพียง 6 ปีเท่านั้น ที่สำคัญการเรียนออนไลน์ยังได้กลายเป็นกระแสหลักของโลกตอนนี้ไปแล้วด้วย

สอนแบบเฉพาะตัว

เป็นแนวคิดใหม่เพื่อให้ครูสามารถสอนเด็กที่ยังไม่เข้าใจได้มากขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ครูสามารถที่จะทำได้โดยการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือ แทนที่จะให้เด็กทุกคนเรียนรู้เหมือน ๆ กัน แต่เปลี่ยนเป็นให้เด็กออกแบบการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะง่ายต่อครูแล้ว ยังช่วยสนองความต้องการของพวกเขาโดยเฉพาะอีกด้วย

School Learning

แม้ว่าในอนาคตการศึกษาจะยืดหยุ่นมากขึ้น อยู่ที่ไหนนักเรียนก็สามารถเรียนได้ แต่ ‘โรงเรียน’ ก็ยังคงเปรียบเสมือนสถานที่ที่มอบประสบการณ์และการทดลองทางการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ เหมือนเดิม อาทิ วิชาวิทยาศาสตร์ ศิลปะ คหกรรม ฯลฯ ที่ไม่เพียงแต่มอบความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเหมือนที่ที่รวมเอาประสบการณ์ขนาดใหญ่มาไว้ให้เด็กด้วย

Flexible School

บ่งบอกถึงความเติบโตแบบไม่หยุดยั้งของ EdTech ที่จะไม่ได้มีแค่การเรียนออนไลน์ หรือเรียนแบบเฉพาะตัวเท่านั้น แต่จะเสมือนระบบ Hybrid ที่ผสมผสานการเรียนออนไลน์ + การเรียนแบบเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน โดยอาจใช้การเรียนออนไลน์แบบ 20% ส่วนที่เหลือให้เรียนแบบเฉพาะตัว ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้โรงเรียนหลายแห่งเริ่มทำกันแล้ว และในอนาคตอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

10 เทรนด์การศึกษาของโลกอนาคต
10 เทรนด์การศึกษาของโลกอนาคต

Prospect of Teacher

การเรียนการสอนจากครู ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในกรอบวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ครูจะมีบทบาทในการสอนเด็กให้รู้จักการเข้าสังคม บทบาททางด้านการสอน และสอนวิธีการใช้ชีวิตให้เด็กเพิ่มมากขึ้นด้วย

Learning Opportunity for Student

โรงเรียนจะเปิดโอกาสให้เด็กได้วางแผนการเรียนให้ตัวเองมากขึ้น โดยเด็กจะเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ และสามารถโต้ตอบกันได้จะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น จดจำได้แม่นขึ้น และยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๆ ได้อีกด้วย

Video-Assisted Learning

เป็นการอัดวิดีโอการสอนของคุณครูที่จะช่วยให้องค์ความรู้นั้นแพร่หลายได้มากขึ้น หรืออาจจะจัดทำในเวอร์ชั่นอนิเมชั่นที่ช่วยดึงดูดความสนใจของเด็ก ก็ทำให้เด็กเข้าใจในสิ่งที่ครูสอนได้แบบง่าย ๆ (ครูปรับตัวเข้าหาเด็กยุคใหม่)

Blockchain Technology

การใช้ Distributed Ledger Technology (DLT) จากบล็อกเชนช่วยได้ ทุกครั้งที่มีการเพิ่มข้อมูลใหม่ ๆ ก็สามารถเพิ่มบล็อกเข้าไปในระบบซึ่งมีพื้นที่ไม่จำกัด อีกทั้งยังสามารถแชร์ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในตลาดนัดวิชา Massive Open Online Courses (MOOCs) ได้อีกด้วย

ระบบ AI

ซึ่งระบบ AI นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระของครูในการตรวจข้อสอบและการให้คะแนนได้แล้ว AI ยังช่วยจับตาดูความก้าวหน้าของเด็ก และเตือนครูเมื่อเห็นว่านักเรียนคนใดคนหนึ่งเริ่มเรียนอ่อนลงได้ด้วย

Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)

ใช้สำหรับการนำมาจำลองสถานการณ์จริง เช่น การผ่าตัดที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถฝึกฝนการผ่าตัด ได้เสมือนกับการลงมือผ่าตัดจริง ๆ

ทั้งหมดนี้เป็น 10 เทรนด์การศึกษาในอนาคตที่ทั้งนักเรียน คุณครู และผู้ปกครองต้องเตรียมรับมือให้พร้อม ซึ่งหากสิ่งเหล่านี้ประสบความสำเร็จจริงก็น่าจะเข้ามาแทนที่การเรียนรู้ในห้องเรียนที่ล้าสมัยไปเลยก็ได้ แต่ที่สำคัญพ่อแม่คงต้องเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องพฤติกรรมการเรียนของลูกอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความเครียด ความกดดัน หรือความไม่เข้าใจ ที่อาจส่งผลรุนแรงทำให้เด็กหาทางออกที่ไม่ควรเดินไป การพนัน สล๊อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่น หรือวิธีอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย

Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.